การร่วมน้ำแรงอย่าเอาเรือไปขวางโบราณว่าแบบนั้น

บริษัทใหญ่ ย่อมสามารถสร้างความเป็นต่อล้นหลาม แล้วพวกเราจะไปชิงชัยเพราะเหตุใด ร่วมเข้าไปกับเขาเสียเลย!! ตัวอย่างเช่น กรณีค๊อฟฟี่ช็อปนี้ แทนที่จะคอยให้มีมาเปิด พวกเราก็ชิงซื้อเฟรนไชน์มาเปิดซะก่อน ถึงแม้ธุรกิจจะเปลี่ยนสภาพแต่ว่าก็เป็นการอยู่รอด แล้วก็สร้างผลกำไรหรือบางทีอาจเติบโตเจริญในระดับหนึ่งด้วย

ข้อนี้บางทีอาจผิดหัวใจ แม้กระนั้นอย่างที่ได้บอกไป ว่าเป็นเพียงแต่แนวแผนการหนึ่ง จะเลือกใช้หรือไม่ก็ได้ครับผม

10. เติบโต ยิ่งใหญ่ขึ้น (Growth) ข้อนี้บางทีอาจมองแปลกๆในที่นี้ผมคือว่า เดี๋ยวนี้คุณอาจไม่ใช่ SME แม้กระนั้นเป็น VSME คือ Very small business ธุรกิจเล็กมากมาย ราวกับร้าน ราวกับยังไม่เป็นบริษัท เสมือนร้านขายกาแฟในแบบอย่าง หรือจะเป็น SME จริงๆก็ตาม จำต้องเห็นด้วยข้อเท็จจริงว่า ถ้าเกิดพวกเราจะขยัน พวกเราก็ควรจะโตพอที่จะขันแข็ง

อีกประการเป็นไม่ว่ายังไง วันหนึ่งแบรนด์ใหญ่ก็บางทีอาจจำเป็นต้องลงมาเล่นในธุรกิจเดียวกับคุณ นอกเสียจากว่าคุณเป็น Niche (ตลาดเจาะจงกรุ๊ป) ที่มี Market size (ขนาดตลาด) ไม่มากมาย แบรนด์ใหญ่บางทีอาจไม่สนใจ ไม่คุ้ม แม้กระนั้นซึ่งก็กล่าวได้ว่าคุณไม่อยากโต เพราะเหตุว่าหากธุรกิจไหนโตย่อมมีแบรนด์ใหญ่ หรือบริษัทใหญ่ ลงมาด้วยแน่ๆ

ยกตัวอย่าง สบู่สมุนไพร สบู่มะขาม คุณเคยได้ฟังหรือใช้หรือเปล่า แน่ๆว่า ที่ผ่านมาก็จะมีแม้กระนั้นแบรนด์เล็ก แต่ว่ากำเนิดความนิยมชมชอบ หรือมีชื่อเสียงก็แบรนด์อย่าง Bennett หรือสบู่ มะขามเคล้าเคลีย ที่แม้ว่าจะเป็นแบรนด์เล็ก แม้กระนั้นก็ไม่เล็ก มีการตลาด มีอะไรมากพอจะสู่แบรนด์ใหญ่(กว่า) ที่คราวหลังมาทำตลาดสบู่แนวนี้กันหลายราย แต่ว่าก็เอาชีวิตรอดยืนหนึ่งมาจนกระทั่งเวลานี้

สรุป แถมในด้านหลังนี้ ถ้าหากว่ากันจริงๆในข้อคิดเห็นผม ผมเห็นว่าจะกระบวนการไหนก็ว่ากันไปตามเหตุการณ์ แล้วก็ความเหมาะสม จำเป็นต้องเลือก คิด พินิจพิจารณา ต่อยอด ผมอาจจะเขียนอะไรสรุปจบเสร็จอาจจะไม่มีทางเป็นไปได้ แม้กระนั้นมั่นใจว่าสิ่งจำเป็นที่สุดเป็นการตั้งอกตั้งใจมอบสิ่งที่ยอดเยี่ยมให้ลูกค้า แล้วก็ทำให้ได้นานที่สุดจนกระทั่งตลอดกาล แบรนด์อะไร บริษัทอะไรจะมาก็ไม่มีความสำคัญ